ทางช้างเผือกเสม็ดนางชี เค้าว่ากันว่าเป็น Unceen ของภาคใต้เลย

เดินทางต่อมากันที่พังงาจังหวัดนี้ผมบอกได้เลยว่าใครที่มาถ้าไม่ได้ไปเสม็ดนาชีเหมือนมายังไม่ถึงพังงา เห็นครั้งแรกก็ร้องว้าวเลยด้วยบรรยากาศสถานที่วิวทิวทัศน์โดยรวมถือว่าโอเคสุดๆแล้ว

ผมและเพื่อนๆ เดินทางออกจากตัวจังหวัดภูเก็ตประมาณเที่ยงพวกเราตั้งไว้ว่าต้องไปถึงเสม็ดนาชีให้ไวที่สุด ไหนจะหาของกินไหนจะแลนด์มาร์คหลักเพราะแต่ละคนก็ยังไม่เคยมีใครมา พอมาถึงเสม็ดนาชีจะมีจุดบริการที่พักอยู่สองจุด ถ้าเป็นอีกจุดจะต้องขับรถไปอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงอีกจุด ในส่วนของที่พักแต่ละอยู่ ตรงนี้อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนว่าอยากได้ที่พักแบบไหนถ้าอยากได้ที่พักแบบหรูๆสบายๆหน่อยก็จะเป็นจุดที่สอง แต่ถ้าอยากได้อารมรณ์แบบนอนกางเต็นท์ชิลๆ ก่อไฟปิ้งย่างได้บรรยากาศของธรรมชาติเต็มๆ แนะนำให้พักกับจุดแรก

ส่วนผมและเพื่อนๆตกลงกันว่าพักตรงจุดแรก หลังจากที่ไปดูมาแล้วทั้งสองจุดปัญหาก็เกิดขึ้นคืออาหารคือเราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย เลยไปถามชาวบ้านแถวนั้นว่ามีตลาดตรงไหนบ้าง ชาวบ้านบอกว่าต้องออกไปถนนใหญ่ประมาณ 20 กิโลเมตร ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณบ่าย 3 แล้วเลยตัดสินใจขับรถออกไปซื้อของเพื่อที่จะมาปาร์ตี้กันในคืนนี้

หลังจากซื้อของเสร็จแล้ว ก็มาถึงยังจุดแรก การเดินขึ้นไปยังจุดกางเต็นท์ ระยะทางถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 1 กิโลเมตร ตรงด้านล่างจะมีรถบริการพาขึ้นไป แต่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 100 กว่าบาทต่อรอบนะครับใครที่ขึ้นไปแล้วก็ขึ้นไปเลยรอกลับพรุ่งนี้อย่างเดียว ส่วนพวกผมตกลงกันว่าเดินครับ เดินจริงๆ ทางที่ขึ้นไปผมบอกเลยว่าแนะนำใครที่กำลังจะไปให้พกผ้าเช็คหน้ากับแมชปิดจมูกไปด้วยนะครับถ้าไปในช่วงหน้าร้อนฝุ่นอย่างเยอะเลย

ด้านบนก็จะมีบริการร้านค้า ขนมน้ำแข็ง อาหารส้มตำ ครบทุกอย่าง ส่วนเต็นท์ก็จะมีให้เช่าหรือว่าใครจะเอาเต็นท์มาเองก็ได้แต่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ เอ่อลืมบอกด้านบนมีห้องน้ำนะครับแต่รีบอาบไวๆเพราะน้ำจะไม่ค่อยพอ

ฟ้าแลบพอดีเลยเก็บภาพมาได้ช่วงประมาณ 2 ทุ่ม
ทางช้างเผือก เสม็ดนางชี ตอนตี 4

เอาละครับมาเข้าเรื่องช้างเผือกกันดีกว่า ในช่วงที่ผมไปบอกเลยว่าฟ้าไม่ค่อยเปิดสักเท่าไหร่ได้แต่ภาวนาว่าให้เปิด ถ้าฟ้าไม่เปิดแล้วการมาครั้งนี้ถือว่าไม่คุ้มเลย ผมเริ่มตั้งกล้องหาจุดดูทิศตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปว่าจะถ่ายตรงไหน ผมก็หาจนได้จุดที่คิดว่าโอเค เวลาที่รอก็นอนเล่นฟังเพลง เดินถ่ายอะไรไปเรื่อยๆ รอไปรอมาจนถึงเวลา ตี 3 รู้มั้ยครับว่าฝนตกครับ ตกแบบเบาๆปลายๆในใจคิดอย่างเดียวคือพลาดแล้วคงไม่ได้ช้างแน่ๆ ผ่านมาประมาณตี 4 กว่าๆเกือบเช้า ฟ้าเป็นเปิดครับ ทำให้เห็นดวงดาวระยิบระยับ ผมเลยหยิบกล้องขึ้นมาทดลองถ่าย ไฟล์แล้วปรากฏว่าเห็นแต่เมฆจ้า คือแบบเฟลอีกแหละก็นั่งรอไปเรื่อยๆจนลมพัดเมฆไปก็ลองชัตเตอร์อีกที สรุปว่าเห้ยติดวะรอบนี้ติดช้าง ด้วยที่เลนส์ผมในตอนนั้นที่ผมเอาไปเป็นเลนส์ระยะ 28 mm ถือว่ายังไม่กว้างพอที่จะเก็บช้างได้หมดผมเลยใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการถ่าย 2 ภาพ ภาพแรกเป็นภาพทางช้างเผือก ภาพที่สองเป็นภาพแลนด์มาร์คหลักก็คือภูเขาที่เค้าฮิตถ่ายกันแล้วเอามา composite ล่าช้างครั้งนี้ถึงจะไม่ได้เก็บดาวพร้อมแลนด์มาร์คได้ในใบเดียว แต่ก็ถือว่าเวลาที่เฝ้ารอคอยมาจนถึงตี 4 เราได้เห็นทางช้างเผือกจากเสม็ดนางชีแล้ว

พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ตอน 6 โมงเช้า

หลังจากถ่ายช้างเสร็จแล้วก็เข้าเต็นท์นอน มีเวลานอนไม่เยอะเพราะว่าประมาณ 5 โมงกว่าก็ต้องลุกขึ้นมาถ่ายภาพอาทิตย์ขึ้นอีกสรุปว่าได้นอนประมาณ 20 นาทีได้แหละครับ เป็นอะไรที่ง่วงแต่ก็ต้องลุกไหนๆก็มาแล้วจะมานอนอย่างเดียวไม่ได้

สำหรับบทความนี้ภาพอาจจะไม่ค่อยเยอะนะครับเพราะตั้งใจจะมาเก็บช้างๆจริงบรรยากาศรอบคือแทบไม่ได้ถ่ายเลย รอบหน้าถ้าได้กลับไปอีกจะเก็บบรรยากาศมาให้เยอะกว่านี้ครับ

Police Officer / Photography } เราชอบคำที่ว่า หนทางเดียวที่คุณจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้นั้นต้องมาจากความรักในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่