[LIFE MOMENT] ช่วงชีวิตของการเป็นนักเรียนตำรวจ

หลังจากจบชั้นมัธยมปลายในปี 2557 ผมสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายที่ ผมสอบติด ธรรมศาสตร์ เกษตรฯ บางมด ลาดกระบัง สวนสุนันทา ในคณะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด ส่วนตำรวจไม่เคยคิดจะสอบเลยในช่วงนั้น  😛

และจากการได้ไปเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย 1 ปี ถือว่าได้เพื่อนหลายคนที่เก่ง มีความสามารถบางคนก็ใกล้จะจบปี 4 แล้ว ชีวิตในมหาวิทยาลัยของผมมีสีสัน ประสบการณ์โซกโซน และประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนมาจนถึงตอนนี้

บอกได้เลยว่าตอนแรกไม่เคยคิดว่าจะได้มาเป็นตำรวจจริงๆ ถึงในช่วง ม.ต้นเคยไปสอบมาก็เถอะ สุดท้ายก็ได้มาเป็นจริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่รู้เลยว่า เป็นตำรวจต้องเรียนเนื้อหาวิชาการอะไรบ้าง ในความคิด คิดว่าคงเรียนแค่ฝึกยิงปืนกับกฏหมายให้พอรู้ก็เท่านั้น แต่พอเข้ามาเรียนจริงๆ วิชาการมีหลากหลายแขนงวิชา ในระยะเวลาเกือบ 1 ปีผมเรียน 2 เทอมมีทั้งหมด 42 วิชา ดั่งที่ว่า มหาวิทยาลัยเรียน 1 เทอม เยอะสุดก็ 8 ถึง 9 วิชาแต่ในโรงเรียนตำรวจที่นี่เรียนเทอมละ 20 กว่าวิชา

ช่วงแรกเข้า

วันแรกเข้าสู่รั้วโรงเรียนผมเดินหาป้ายประกาศรายชื่อว่าใครได้อยู่กองร้อยไหน ผมมาถึงที่ติดประกาศรายชื่อ ตรงนี้แหละที่ลุ้นที่สุด จากที่รู้มาจากเพื่อนๆ เค้าบอกว่าใครได้ร้อย 3 นี่โครตซวย ร้อยนี้ฝึกหนัก จวกเยอะ ในใจก็คิด มีนักเรียนเป็นร้อยๆ คน คงไม่โดนเราหรอก แต่ที่ไหนได้ ณัฐดนัย แก้วพวง สังกัดร้อย 3 เข่าแทบทรุด ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง  😕

ภารกิจในแต่ละวันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ทุกอย่างต้องอยู่ในระเบียบวินัย กว่าจะได้กินข้าวในแต่ละวัน ต้องแลกด้วยเหงื่อ หันไปทางไหนก็มีแต่เสียงสั่ง หน้าเดิน วิ่ง..หน้าวิ่ง อยู่รอบๆ ตัวผม  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการกินข้าวแต่ละมื้อมันจะยากลำบากอะไรขนาดนี้ การกินอาหารยังต้องสอน มีพิธี มีบทท่องที่ว่า “ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ ตายเสียดีกว่าละทิ้งหน้าที่ทุกๆ กิริยาบทไม่ว่าจะยืนนั่งนอนพึงระลึกเสมอว่า ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน” ทุกอย่างต้องเป๊ะ ต้องยกเก้าอี้ที่นั่งเบาๆ นั่งตัวตรงส่วนหนึ่งในสามของเก้าอีก จานกับช้อนต้องไม่กระทบกัน เวลาจะกินก็ต้องตักอาหารเป็นมุมฉาก คิดในใจ กินแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะอิ่มวะเนี้ย  😡

การเดิน การวิ่งทุกอย่าง ต้องเป๊ะจริงๆ จะหยุดหรือจะไปก็ต้องตบเท้าดัง พรึบ เวลาเลี้ยวซ้ายขวาต้องเลี้ยวเป็นมุมฉาก แรก ๆ ก็คิดว่าจะไหวมั้ยนะ เพราะตอนที่เป็นพลเรือน ไม่ชอบการบังคับ ไม่ชอบคำสั่งอะไรทั้งนั้น แต่นี้ต้องเข้ามาอยู่ในระเบียบทุกตารางนิ้ว

เดือนแรกเป็นเดือนที่ทรมานที่สุด ผมไม่สามารถติดต่อใครได้เลยทางบ้าน อินเตอร์เน็ต ทีวี ทุกอย่างโดนตัดหมด ไม่ได้รับรู้ข่าวสารโลกภายนอกเลย แต่ละวันของการฝึกมีเบาบ้างหนักบ้างแต่จะหนักมากกว่า ช่วงแรกครูฝึกจะให้นักเรียนที่เข้ามาใหม่ฝึกระเบียบแถว ฝึกเดิน ฝึกวิ่ง ฝึกไปเรื่อยๆจนหมดชั่วโมงการฝึก บางวันฝึกหนักมาทั้งวัน ตอนกลางคืนตี 1 ตี 2 ยังเรียกลงมาจวกกันอีก 2-3 ชั่วโมงกับเรื่องระเบียบวินัยของนักเรียน

การจวกที่นี่เหมือนกับการซ่อมของทหารแต่ตำรวจจะเรียกว่าจวก ชีวิตของการเป็นนักเรียนตำรวจมันไม่มีอะไรแน่นอน เวลาไม่เป็นเวลา ถึงระเบียบประจำวันจะวางตารางมาเป็นยังไงครูฝึกสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เวลานอนไม่ได้นอน เวลาฝึกกับการเป็นจวก เวลาเล่นกีฬากลับกลายเป็นโยธา

การปล่อยพัก

คงไม่มีใครรู้ว่า นักเรียนตำรวจกว่าจะได้กลับบ้านในแต่ละสัปดาห์ มันลำบากขนาดไหน ต้องทำดีแค่ไหนถึงจะได้กลับบ้าน แต่ละกองร้อยจะมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 150 คน จะต้องมีนักเรียนที่ต้องอยู่เตรียมความพร้อม ดูแลกองร้อย หรือเรียกว่าเตรียมการ อีก 30 คน ของกฏระเบียบ แต่อย่างที่บอกไว้ว่า ถึงระเบียบประจำวันจะวางตารางไว้ยังไงครูฝึกสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา บางสัปดาห์มีนักเรียนเตรียมการเกือบ 60 คน แล้วแต่โทษที่ครูฝึกจะคัดสรร

ครั้งแรกของการกลับบ้าน เป็นวันศุกร์วันปล่อยกลับบ้าน ทุกคนรู้แล้วว่าวันนี้จะต้องปล่อยกลับบ้าน แต่ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าใครจะอยู่หรือจะออก การพิจารณาหาคนเตรียมการของครูฝึก คือการตรวจพื้นที่รับผิดชอบทุกอย่างตามหน้าที่ รวมทั้งพื้นที่ส่วนตัว เช่น เตียงนอนผ้าห่ม ผ้าปูเตียงต้องให้ตึง ผ้าคุมหมอนจัดให้เรียบร้อย ใต้เตียงมีใยแมงมุม หรือมีฝุ่นรึป่าว รวมถึงตู้เก็บเสื้อผ้าต้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของหนวดเครา การแต่งกายต้องสะอาดเรียบร้อย รองเท้าต้องแวว ทุกอย่าง ถ้าพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอันว่า อาทิตย์นั้นไม่ได้กลับบ้าน หรือเรียกง่ายๆ ว่าโดน “กักบริเวณ” อยู่กองร้อยต่อไปละกัน  😥

ช่วงปรับตัว

กว่าจะปรับตัวได้จริงๆ ใช้เวลานานเหมือนกัน เป็นเพราะความไม่ชิน กับกฏระเบียบใหม่ ที่อยู่ในกรอบ เนื้อหาการเรียนใหม่ๆ ปกติเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ก็ต้องออกกำลังกายทุกเช้า วิ่งเช้าเที่งเย็น รวมๆ แต่ละวันเกือบ 10 กิโลเมตร การเรียนปกติเรียนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม แต่ต้องปรับเปลี่ยน มาเรียนกฏหมายแบบท่องจำ เรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว ยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งดูแล้วมันคนละอย่างกันเลยกับตัวเอง แต่เข้ามาแล้วยังไงก็ต้องสู้

ยิ่งนานวันระเบียบทุกอย่างยิ่งต้องดีขึ้นเรื่อยๆ การจวกก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางทีก็แอบคิดในใจว่า บางเรื่องไม่น่าจะหยิบมาเป็นประเด็นได้ เรื่องเล็กๆ โดนจวกทีละ 100 ยกรวมๆกัน 200 ถึง 300 ยก แต่ก็ดีนะคิดว่ามันเป็นสีสัน บางทีก็หงุดหงิดจริงๆ  😡

ช่วงของการสอบ

ฝึกว่าหนักแล้วอ่านหนังสือหนักกว่ามากแต่ละเทอมมีเรียน 20 กว่าวิชา แค่คิดก็เพลียแล้ว ปกตินักเรียนตำรวจเหนื่อยจากการฝึกมาเยอะในคลาสเรียนเหมือนไม่ได้เรียนเพราะมันคือ คลาสสำหรับการนอนจริงๆ ช่วงสอบ การฝึกก็จะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ระเบียบทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกฏระเบียบเหมือนเดิม ทำผิดก็ต้องมีการจวก ทำผิดมากๆ ก็มีการกักบริเวณเหมือนเดิม

ช่วงใกล้สอบบอกเลยว่าเนื้อหาวิชาการที่เรียนยังไม่รู้เรื่องเลย มาอาศัยทบทวนใกล้ๆสอบ จากชีทของรุ่นพี่ที่เก็บไว้ให้ กับในหนังสือที่ครูบอกแนว แต่ละวิชาเนื้อหาเยอะมาก พ.ร.บ เป็นสิบๆ พ.ร.บ แล้วมาตราเกือบร้อยมาตราที่ต้องท่องจำ นอกจากวิชากฏหมายยังมีวิชาอื่นที่ต้องสอบ เช่น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ , วิชานิติวิทยาศาสตร์ วิชาในสาย วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ก้ต้องเรียนต้องสอบด้วยนะ  😆

มาในส่วนของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปกติชอบอยู่แล้วแต่ก็พึ่งรู้ว่าตำรวจก็ต้องรู้ด้วย วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศข้อสอบออกพวก  Network Security , Web Technology , Cyber Crime , IT Fundamentals ด้วยนะ

ช่วงบูรณาการและพิทักษ์สันติ

ค่อยมาเขียนต่อนะครับวันจันทร์นี้ก็เข้าบูรณาการแล้วอีกเดือนกว่าๆ ก็เข้าพิทักษ์สันติ  🙄

Police Officer / Photography } เราชอบคำที่ว่า หนทางเดียวที่คุณจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้นั้นต้องมาจากความรักในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่